ข้อมูลทั่วไปของสำนักงานแรงงานจังหวัดสิงห์บุรี


 

 

 

   

(จำนวน 15 คน)     ประกอบด้วย

          ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี                                          ประธานคณะอนุกรรมการฯ

          ผู้แทนภาครัฐ               (จำนวน 5 คน)

- สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสิงห์บุรี       อนุกรรมการ

- อุตสาหกรรมจังหวัดสิงห์บุรี                             อนุกรรมการ

- พาณิชย์จังหวัดสิงห์บุรี                                   อนุกรรมการ 

- แรงงานจังหวัดสิงห์บุรี                                    อนุกรรมการและเลขานุการ

          ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง        (จำนวน 5 คน)                        อนุกรรมการ

          ผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง          (จำนวน 5 คน)                        อนุกรรมการ

 

อำนาจทำหน้าที่ 

พิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่ มาตรฐานการครองชีพ  ค่าใช้จ่าย

ที่จำเป็นของลูกจ้าง  และข้อเท็จจริงทางสังคมและเศรษฐกิจในจังหวัด  เพื่อกำหนดอัตรา

ค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด พิจารณาเสนออัตราค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดต่อคณะกรรมการค่าจ้าง

และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการค่าจ้างมอบหมาย

 

 

  ณ มกราคม 2556   เป็นเงิน 300 บาท

อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ หมายถึง ค่าจ้างที่เพียงพอสำหรับแรงงานเพื่อพัฒนาฝีมือ 1 คน

ให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้ตามสมควรแก่สภาพเศรษฐกิจและสังคม โดยมีมาตรฐานการ

ครองชีพที่เหมาะสมตามความสามารถของธุรกิจในท้องถิ่นนั้น

ประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำให้ใช้บังคับแก่นายจ้างและลูกจ้าง ไม่ว่านายจ้างและลูกจ้าง

นั้น จะมีสัญชาติ ศาสนา หรือเพศใด  แต่ไม่มีผลใช้บังคับกับลูกจ้างของส่วนราชการส่วน

กลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงาน

รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ลูกจ้างที่รับงานไปทำที่บ้าน ลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับงานบ้านอันมิได้มี

การประกอบรวมอยู่ด้วย ลูกจ้างที่ทำงานอันมิได้แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ  ลูกจ้างที่ไม่

ได้ทำงานเกษตรกรรมตลอดปี และมิได้ทำงานในลักษณะที่เป็นงานอุตสาหกรรมต่อ

เนื่องจากงานดังกล่าว โดยลูกจ้างที่ทำงานเกษตรกรรมอันได้แก่ การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์

การป่าไม้ การทำงานเกลือสมุทร และการประมงที่มิใช่การประมงทะเล

 

 

 

อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ หมายถึง อัตราค่าจ้างที่คณะกรรมการค่าจ้างกำหนดขึ้นใน

แต่ละสาขาอาชีพตามมาตรฐานฝีมือ ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ.2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2551

 

คณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 19 ได้มีมติเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2556  และวันที่ 8

มกราคม 2557  เห็นชอบให้กำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ กลุ่มสาขาอาชีพ

ช่างอุตสาหการ  กลุ่มสาขาอาชีพช่างอุตสาหกรรมศิลป์  กลุ่มสาขาอาชีพช่างก่อสร้าง 

กลุ่มสาขาอาชีพช่างเครื่องกล และกลุ่มสาขาอาชีพภาคบริการ  รวม 5 กลุ่มอาชีพ 13

สาขาอาชีพ  โดยคณะกรรมการค่าจ้างได้ออกประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง

อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 4)   ลงวันที่  13  กุมภาพันธ์  2557  ให้มีผล

ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วัน  นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป  ซึ่ง

การดำเนินงานขณะนี้อยู่ระหว่างนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศในราชกิจจา

นุเบกษา  เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะได้ส่งประกาศฯ ให้ทราบและเผยแพร่ต่อไป  โดย
แต่ละสาขาอาชีพมีมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ (ความรู้ ทักษะฝีมือ และความสามารถที่สำคัญ) 

 

และอัตราค่าจ้าง  สรุป  ดังนี้

กลุ่มสาขาอาชีพ / สาขาช่าง

อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน

หมายเหตุ

ระดับ 1

ระดับ 2

ระดับ 3

1. กลุ่มสาขาอาชีพช่างอุตสาหกรรม

1.1 ช่างเชื่อมท่อพอลิเอทีลีนแบบหนาแน่นสูง

 

460

 

 

ไม่มีมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ

 

ไม่มีมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ

 

1.2 ช่างประกอบท่อ

400

ไม่กำหนดอัตราค่าจ้าง

ไม่กำหนดอัตราค่าจ้าง

 

1.3 ช่างทำแม่พิมพ์ฉีดโลหะ

 

480

ไม่กำหนดอัตราค่าจ้าง

ไม่กำหนดอัตราค่าจ้าง

 

2. กลุ่มสาขาอาชีพอุตสาหกรรมศิลป์

2.1 ช่างสีเครื่องเรือน

 

350

 

450

 

ไม่กำหนดอัตราค่าจ้าง

 

3. ช่างก่อสร้าง

3.1 ช่างหินขัด

 

400

 

ไม่กำหนดอัตราค่าจ้าง

 

ไม่กำหนดอัตราค่าจ้าง

 

3.2 ช่างฉาบยิบซัม

400

ไม่กำหนดอัตราค่าจ้าง

ไม่กำหนดอัตราค่าจ้าง

 

3.3 ช่างมุงหลังคากระเบื้องคอนกรีต

400

510

620

 

4. กลุ่มอาชีพช่างเครื่องกล

4.1 ช่างบำรุงรักษารถยนต์

 

340

 

400

 

ไม่มีมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ

 

4.2 ช่างซ่อมเครื่องยนต์ดีเซล

360

445

530

 

4.3 ช่างเครื่องปรับอากาศรถยนต์ขนาดเล็ก

360

445

530

 

5. กลุ่มสาขาอาชีพภาคบริการ

5.1 นักส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวมสปาตะวันตก (สุคนธบำบัด)

 

540

 

715

 

ไม่มีมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ

 

5.2 นักส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวมสปาตะวันตก  (วารีบำบัด)

565

750

ไม่มีมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ

 

5.3 นักส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวมสปาตะวันตก (โภชนาบำบัด)

615

815

ไม่มีมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ

 

 

ระดับ 1ผู้ที่มีฝีมือและความรู้พื้นฐานในการทำงาน ปฏิบัติงานภายใต้คำแนะนำของหัวหน้างาน

ระดับ 2ผู้ที่มีฝีมือระดับกลางมีความรู้ ความสามารถ ทักษะ การใช้เครื่องมืออุปกรณ์ได้ดี

และมีประสบการณ์ในการทำงานสามารถให้คำแนะนำผู้ใต้บังคับบัญชาได้

ระดับ 3ผู้ที่มีฝีมือระดับสูง สามารถวิเคราะห์ วินิจฉัย ตัดสินใจ แก้ไขปัญหา นำความรู้และ

ทักษะมาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีใหม่ได้

 

 

 

 

 

กิจกรรมการจ้างงานเร่งด่วนฯ

ลักษณะการจ้างงาน  ได้แก่  จ้างงานเร่งด่วนเพื่อให้ผู้ประสบภัยธรรมชาติ  ผู้ว่างงานและ

ไม่มีรายได้และผู้ที่มีความเดือดร้อนด้านอาชีพ  ได้มีงานทำชั่วคราวด้วยการจ้างให้ทำในงาน

ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ  ที่ระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยการใช้จ่ายเงิน

เพื่อการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาทักษะฝีมือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพแก่ผู้

ประสบความเดือดร้อนด้านอาชีพ  พ.ศ.  ๒๕๕๑ ซึ่งการจ้างงานต้องเป็นโครงการเพื่อ

สาธารณประโยชน์โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่

เกิดจากภัยธรรมชาติ   เช่น  การพัฒนาแหล่งน้ำ  การดูแลเด็กกำพร้า  คนชรา  คนพิการ

ทำความสะอาดหรือบูรณะอาคารสถานที่ที่เสียหายจากภัยธรรมชาติ หรือจ้างงานอื่นที่ได้รับ

ความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติกระทรวงแรงงานประจำ

จังหวัด  โดยจ่ายเงินช่วยเหลือในลักษณะของ  เงินค่าจ้างทำงาน  ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ

ในอัตรา  วันละ ๑๕๐ บาทต่อคน ๆ ละไม่เกิน ๒๐ วัน

กิจกรรมการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน

จัดการฝึกอาชีพให้แก่ประชาชนที่ประสบภัยธรรมชาติ  ผู้ว่างงานและไม่มีรายได้และผู้ที่มี

ความเดือดร้อนด้านอาชีพ  ในสาขาอาชีพต่างๆ ในการปรับปรุงซ่อมแซมสาธารณสมบัติ

เครื่องมือ เครื่องใช้ทางการเกษตรและสาขาอาชีพอิสระต่างๆ  โดยหลักสูตรที่ฝึกขึ้นอยู่กับ

ความต้องการของตลาดแรงงาน

รายละเอียดค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมต่อรุ่น

1.   จำนวนผู้เข้ารับการฝึกรุ่นละ  16  คน

2.   ค่าเบี้ยเลี้ยง วันละ 120 บาท/คน/วัน  

3.   ค่าวิทยากร รุ่นละไม่เกิน  9,000  บาท  (ตามความเหมาะสมของหลักสูตร)

4.   ค่าวัสดุฝึก  รุ่นละไม่เกิน  32,000  บาท  (ตามความเหมาะสมของหลักสูตร)                

5.   ค่าบริหารโครงการ รุ่นละ  3,000  บาท 

6.   ระยะเวลาการฝึกอบรมให้เป็นไปตามหลักสูตร รุ่นละไม่เกิน 20 วัน (ตามความเหมาะสมของหลักสูตร)

 

 

ขั้นตอนการดำเนินงาน

          ๑.  อำเภอประสานแจ้ง อปท.  ผู้นำท้องถิ่น อาสาสมัครแรงงาน และรับสมัครผู้เข้าร่วมโครง

การฯ

          ๒.  ผู้นำชุมชน/  อปท.  รับรองโครงการฯ  ส่งให้ อปท. เพื่อให้อำเภอรวบรวม พิจารณาคัด

กรองความถูกต้องของโครงการฯ

          ๓.  อำเภอพิจารณาโครงการฯ  รวบรวมเสนอสำนักงานแรงงานจังหวัด  (ฝ่ายเลขานุการ)

       ๔.  สำนักงานแรงงานจังหวัด  จัดประชุมคณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ

กระทรวงแรงงาน  จังหวัดสิงห์บุรี  เพื่อให้ความเห็นชอบโครงการฯ

          ๕.  คณะกรรมการศูนย์ฯ  ให้ความเห็นชอบเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด  พิจารณาอนุมัติ

ลักษณะโครงการที่ควรได้รับการพิจารณาตามลำดับ ดังนี้ 

๑.)  โครงการที่ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยธรรมชาติ  ที่จังหวัดประกาศ เป็น พื้นที่ภัย

พิบัติ  ไม่เกิน  ๓  เดือน

๒.)  โครงการขุดลอก คูส่งน้ำ  แหล่งน้ำที่ตื้นเขิน  เพื่อใช้ในการเกษตร หรือเป็นโครงการ

อนุรักษ์ฟื้นฟู   ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมของหมู่บ้าน / ชุมชน

๓.)  โครงการที่มีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ / ชุมชน เช่น มีวัสดุ  หรือ งบประมาณ

บางส่วน  แต่ต้องการขอรับการสนับสนุนเป็นค่าจ้างในการทำงาน

          ๔.)  โครงการที่ ปรากฏในแผนชุมชนที่ขอรับการสนับสนุนโครงการจ้างงานเร่งด่วนฯ

๕.)  โครงการอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับสาธารณประโยชน์ เช่น การทำความสะอาดหรือ  ซ่อมแซม

พัฒนาสาธารณะสมบัติในหมู่บ้าน / ชุมชน

 

 

    (กรณีคนงานไทยเดินทางกลับมาจากต่างประเทศแล้ว)

สำนักงานแรงงานจังหวัดสิงห์บุรี รับเรื่องร้องทุกข์กรณีคนงานไทยเดินทางกลับมาจากต่าง

ประเทศแล้ว และมีความต้องการเรียกร้องสิทธิประโยชน์ เช่น การขอรับเงินประกัน

สังคม(GOSI-โกซี่) เงินประกันการเดินทางกลับ  เงินคืนค่าตั๋วเครื่องบิน  เงินคืนภาษี   เงิน

ชดเชยกรณีประสบอุบัติเหตุ/บาดเจ็บ/เสียชีวิต เนื่องจากการทำงาน เป็นต้น

ขั้นตอนการขอรับบริการ

          - ผู้รับบริการบันทึกคำร้องในแบบฟอร์มที่กำหนดของเรื่องที่ร้องทุกข์นั้น ๆ  เช่น แบบฟอร์ม

 

บันทึกการสอบข้อเท็จจริงกรณีการจ่ายเงินค่าภาษีที่จ่ายเกิน  กรณีที่เรื่องร้องทุกข์ไม่มีแบบฟอร์ม

 

บันทึกคำร้องให้ใช้แบบฟอร์มแบบคำร้องขอรับบริการ

          - เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร

          - ดำเนินการจัดส่งเอกสารให้สำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ  สำนักงานปลัดกระทรวง

แรงงาน

 

 

เอกสารที่ใช้ในการสมัคร

 

          - สำเนาบัตรประชาชน                                            จำนวน 2 ฉบับ

          - สำเนาทะเบียนบ้าน                                              จำนวน 2 ฉบับ

          - สำเนาหนังสือเดินทาง                                          จำนวน 2 ฉบับ

          - สำเนาเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารที่จะให้โอน          จำนวน 2 ฉบับ

          - หนังสือมอบอำนาจให้ยื่นภาษีขอรับเงินแทน  (คนงานต้องลงลายมือชื่อให้เหมือนลายมือชื่อ

            ในหนังสือเดินทาง)                                              จำนวน 1 ฉบับ

          - หลักฐานในรับเงินเดือนแสดงรายรับ – จ่าย  (ถ้ามี)   จำนวน 2 ฉบับ